แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวยาบ้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวยาบ้า แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ตร.แหลมฉบังจับหนุ่มขับรถหัวลากเอเยนต์ค้ายาบ้า


วันที่ 18 ก.พ. 56 พ.ต.ท.ธราเทพ ตูพานิช รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง แถลงข่าวจับกุมเอเยนต์ค้ายาบ้าได้ผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายการันต์ หรือปู เทศทัน อายุ 25 ปี อาชีพขับรถหัวลาก อยู่ที่ 115/33 ม.2 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมของกลาง ยาบ้า  จำนวน 1,082 เม็ด และอาวุธปืนปากกา จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 1 นัด
       
       การจับกุมได้ในครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า บริเวณเพิงพักชุมชนริมทางรถไฟ ม.6 ต.ทุ่งสุขลา มีการลักลอบค้า ยาบ้า  เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยตรงที่ได้รับแจ้งขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน จกง 798 ชลบุรี มาจอดบริเวณดังกล่าว จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 50 เม็ด อยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างขวา ทราบชื่อคือ นายการันต์ หรือปู เทศทัน
       
       หลังการจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายังมียาบ้าอีก จำนวน 1,000 เม็ด ซุกซ่อนไว้ที่บริเวณโคนเสาป้ายโฆษณาคอนโดฯ โชคชัยวิลเลจ บริเวณทางคู่ขนานริมทางรถไฟใกล้กับสี่แยกโรงบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา จึงไปตรวจสอบพบยาบ้าจำนวนดังกล่าวจริง จึงยึดไว้เป็นของกลาง
       
       จากนั้นได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักเลขที่ 115/33 หมู่ 2 ต.ทุ่งสุขลา พบยาบ้าอีกจำนวน 32 เม็ด และอาวุธปืนปากกา จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน โดยรับว่าไปซื้อ ยาบ้า  มาจากนายทัศ ไม่ทราบนามสกุล ในราคาถุงละ (200 เม็ด) 21,000 บาท ซึ่งรับมาในแต่ละครั้ง 1-2,000 เม็ด จากนั้นจะนำมาจำหน่ายให้แก่ลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักพนัน ในราคาเม็ดละ 200 บาท โดยทำมานานแล้ว
       
       เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว พร้อมตั้งข้อกล่าวหาว่า มี ยาบ้า  ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมนำตัว และของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000020579

จับ 4 นักค้ายาบ้า พร้อมตามยึดทรัพย์เกือบ 10 ล้าน


เจ้าหน้าที่ตำรวจปัตตานี ทำการจับกุม 4 นักค้า ยาบ้า ขณะลำเลียงเตรียมส่งประเทศมาเลเซีย พร้อมยึดยาบ้า จำนวน 36,000 เม็ด และตามยึดทรัพย์อีกหลายรายการ รวมมูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท
       
       เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (18 ก.พ.) ที่สถานีตำรวจภูธรหนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พร้อมด้วยหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 และชุดสืบสวนสอบสวน จ.ปัตตานี ได้นำตัวผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ในคดีค้า ยาเสพติด ประกอบด้วย นายสุพล สะมะแอ อายุ 41 ปี นายไพซาน บิลมาร์ตาร์ อายุ 32 ปี ชาวมาเลเซีย น.ส.ซามีลา อัปสรสกุล อายุ 27 ปี และ น.ส.ซัลวา เย๊ะ อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า  จำนวน 36,000 เม็ด รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ จำนวน 3 คัน โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง พร้อมได้ยึดทรัพย์อีกหลายรายการ รวมมูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท
       
       สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรู้เบาะแสความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักค้ายาเสพติดว่า กำลังลำเลียง ยาเสพติด จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงมาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยจะมีพ่อค้าจากมาเลเซียรอรับที่ด่าน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จึงได้สนธิกำลังจับกุมที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก ระหว่างนั้น พบรถยนต์ยี่ห้อ BMW สีขาว ทะเบียน ชอ 523 กทม. คันเป้าหมายจึงเรียกเข้าตรวจค้น จึงพบของกลางดังกล่าว และได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา 3 ราย จากนั้นขยายผลจับกุม นายไพซาน ได้ที่ด่าน อ.ตากใบ ขณะกำลังรอรับยาบ้าเข้าประเทศมาเลเซีย ซึ่งหากผ่านไปได้ ยาบ้า  ทั้งหมดจะมีมูลค่านับร้อยล้านบาท

ที่มา : ASTV

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สดุดี ความกล้าหาญ ด.ต.เมืองลุงผู้พิชิตแก๊งยาบ้า


พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา สบ10 ร่วมสวดพระอภิธรรมศพ ด.ต.กมล นิลรัตน์ ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้ค้ายาเสพติด พร้อมมอบเงินเยียวยาช่วยเหลือเบื้องต้นให้ญาติ และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 21 ก.พ.56 ที่ วัดตำนาน อ.เมืองพัทลุง
       
       เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (13 ก.พ.) ที่วัดอินทราวาส (ท่ามิหรำ) ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.พิสิทธ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 และ พล.ต.ต.ศักดิ์สมหมาย พุทธกูล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรพัทลุง พร้อมข้าราชการตำรวจในจังหวัดพัทลุงจากทุกสถานี ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ด.ต.กมล นิลรัตน์ อายุ 45 ปี ที่เสียชีวิตจากการตามจับผู้ค้า ยาเสพติด ขณะที่ผู้ตายได้กระโดดเกาะติดไปกับรถผู้ต้องหาที่ขับหลบหนี และเกิดอุบัติเหตุชนกับรถคันอื่น เป็นเหตุให้ ด.ต.กมล ตกจากรถ และถูกรถทับจนเสียชีวิตตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
       
       และหลังจากที่สวดพระอภิธรรมแล้วเสร็จ ทาง พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบเงินเยียวยาในเบื้องต้น ซึ่งเป็นเงินกองทุนสวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 5 แสนบาท และเงินฌาปณกิจสงเคราะห์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 3 แสนบาท รวมเป็นเงินให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น 8 แสนบาท
       
       ด้าน นางอรุณนภา นิลรัตน์ อายุ 42 ปี ภรรยา ด.ต.กมล กล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ทางนายตำรวจระดับสูงได้ให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ผู้น้อย และเป็นเกียรติประวัติแก่ครอบครัว ในฐานะที่ตนเป็นภรรยา ด.ต.กมล ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่สามีตนเป็นคนดี ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่จนถึงวาระสุดท้าย และได้ร้องเพลงมาร์ชตำรวจซึ่งเป็นเพลงปลุกใจของเหล่าข้าราชการตำรวจเพื่อมอบแก่ ด.ต.กมล
       
       อย่างไรก็ตาม ทางญาติของ ด.ต.กมล มีความประสงจะขอเคลื่อนย้ายศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลศพตามพิธีทางศาสนาที่วัดตำนาน ต.ตำนาน อ.เมือง จ.พัทลุง โดยจะเคลื่อนย้ายศพจากวัดอินทราวาสในวันนี้ (14 ก.พ.) และจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันพฤหัสบดีที่ 21 ก.พ.56

ที่มา : http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9560000018962

พ่อค้ายาขับรถชนต้นไม้ที่ชุมพรเจ็บ ตร.ยึดยาบ้า-ไอซ์



เครือข่ายแก๊ง ยาเสพติด ชายแดนใต้ ขับรถยนต์ 4 ประตูด้วยความเร็วสูงเจอทางโค้ง ฝนตก รถพลิกคว่ำบาดเจ็บสาหัส 2 คน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในรถพบซุกยาบ้า 4 หมื่นเม็ด ไอ
ซ์ 2 กก. มูลค่ากว่า 13 ล้าน เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ร.ต.ต.นรินทร์ รอดชู ร้อยเวร สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกค่ำมีคนบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณ หลัก กม.503 ถนนเพชรเกษม ช่วงระหว่างชุมพร-ระนอง หมู่ 6 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพร       
       ที่เกิดเหตุพบรถยนต์มิตซูบิชิ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กย 6331 ชลบุรี พลิกคว่ำหงายท้องอยู่ในคูข้างทาง สภาพด้านหน้าพังยับ บริเวณเบาะนั่งคนขับมีถุงลมนิรภัยดันออกมา มีคนบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ในรถ 2 คน หน่วยกู้ภัยต้องงัดรถนำร่างส่งโรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทราบคนขับชื่อ นายสักกือรี แนปาแด อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 1 ต.รูสะมิแด อ.เมือง จ.ปัตตานี บาดเจ็บสาหัส แต่ยังพอถามตอบรู้เรื่องบ้าง และ นายมะยา มะแซะมะ อายุ 38 ปี 22/4 หมู่ 4 ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี นั่งมาเบาะข้าง บาดเจ็บสาหัสกระดูกซี่โครงหัก มีแผลเหวอะหวะหลายแห่ง อาการขั้นโคม่ายังไม่รู้สึกตัว แพทย์ต้องนำเข้าห้องไอซียูช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน

ต่อมา ตำรวจได้ประสานรถยกให้มายกรถคันที่เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำหงายท้องอยู่ในคูข้างทางไปไว้ที่โรงพัก ระหว่างที่พนักงานรถยกกำลังดึงรถที่หงายท้องให้กลับสภาพเดิมและลากขึ้นมาบนถนน พบในรถมีถุงปุ๋ย 1 ใบ สภาพปากถุงที่มัดไว้ขาด และมีวัสดุห่อด้วยพลาสติกพันทับด้วยสก๊อตเทปอย่างดี เป็นแท่งๆ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า จำนวน 20 แท่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภายในพบ ยาบ้า ซุกอยู่ห่อละ 2,000 เม็ด รวม 4 หมื่นเม็ด และพบ ยาไอซ์  ห่อมัดด้วยพลาสติกอย่างดีอีก 1 ห่อ น้ำหนัก 2 กิโลกรัม รวมมูลค่า ยาเสพติด ทั้งหมดกว่า 13 ล้านบาท ตำรวจจึงตรวจยึดอายัดไว้เป็นของกลาง พร้อมประสานให้ตำรวจอีกชุดไปควบคุมตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย ที่โรงพยาบาลไว้เป็นผู้ต้องหา และสืบสวนขยายผล
       
       จากการสอบสวน นายสักกือรี แนปาแด อายุ 34 ปี คนขับรถให้การว่า ได้ขับรถมากับ นายมะยา มะแซะมะ อายุ 38 ปี ที่นั่งมาเบาะข้าง จาก จ.ปัตตานี เมื่อมาถึงสี่แยกปฐมพรได้เลี้ยวขวาไปทางถนนเพชรเกษม ช่วงชุมพร-ระนอง ฝั่งอันดามัน เพื่อขับเข้าไปรับ ยาบ้า และ ยาไอซ์  จากเอเยนต์ที่บริเวณเขตแดนระหว่าง จ.ชุมพร กับ จ.ระนอง เพื่อนำกลับไปขายยัง จ.ปัตตานี และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างขับรถกลับจากรับ ยาบ้า  และ ยาไอซ์ มีฝนตกหนัก และเป็นทางโค้งทำให้รถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำชนต้นไม้ข้างทางจนบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ที่มา : http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9560000018930

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ภาค4ระดมค้นบ้านเป้าหมายกดดันผู้ค้ายาบ้าเขต สภ.กระนวน

พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 พ.ต.อ.สุดพิเศษ เอกศิริ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.โผนชัย ครองยุทธ ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4 กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และ สภ.กระนวน ได้ทำการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย ยาเสพติด ในเขตพื้นที่ สภ.กระนวน จำนวน 16 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหามี ยาบ้า ครอบครองเพื่อจำหน่าย 2 ราย ผู้ต้องหา 2 คน ของกลาง ยาบ้า จำนวน 77 เม็ด จับกุมข้อหาเสพยาบ้า จำนวน 5 ราย ผู้ต้องหา 5 คน จับกุมอาวุธปืนจำนวน 12 ราย มีผู้ต้องหา 12 คน พร้อมของกลางอาวุธปืน 9 มม.จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืน .38 จำนวน 1 กระบอก.22 จำนวน 1 กระบอก ปืนแก๊ป จำนวน 8 กระบอก กระสุนปืนขนาดต่าง ๆ จำนวน 50 นัด และ ยึดเงินสด 1,892,700 บาท

ในการตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ที่หมู่บ้านคำไฮ ตำบลหนองโก อ.กระนวน หนึ่งในบ้านเป้าหมาย พบนายสังวาลย์ วิจารณ์โชติ บ้านเลขที่ 120 หมู่ 3ต.หนองโก เจ้าของบ้าน ตรวจค้นภายในบ้านพบ ยาบ้า จำนวน 57 เม็ด เงินสด 141,600 อาวุธปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก เลื่อยยนต์ 1 เครื่อง พร้อมนำสมาชิกครอบครัวจำนวน 4 คน พ่อแม่ลูก ตรวจปัสสาวะ พบว่ามี สารเสพติด ทั้งหมด 

นายสังวาลย์ อ้างว่าได้เงินจากการจำหน่าย ยาบ้า โดยรับมาในราคาเม็ดละ 200 บาท ก่อนที่จะนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้าผู้เสพเม็ดละ 300 บาท โดยจะใช้วิธีทำตัวเหมือนชาวบ้านสะพายปืนออกไปทุ่งนาทำเหมือนกับว่าไปล่าหนูเป็นการกลบเกลื่อน แล้วไปตามที่นัดหมายกับลูกค้าตามจุดนัดพบเหมือนกับว่าเป็นการมาพบกันโดยบังเอิญ

credit : http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=670364

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ทหารสกัดจับยาบ้าฉวยโอกาสช่วงตรุษจีน



ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้เบาะแสนำยาบ้าจาก สปป.ลาว จำนวน 1 ล้านเม็ดส่งให้แก๊งค้า ยาเสพติด ในไทยช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงตั้งด่านสกัดจับ คนร้ายจวนตัวโยนยาบ้าเกือบ 4 หมื่นเม็ดทิ้งกลางทางก่อนขับกระบะหนีรอดไปได้

เมื่อเวลา 05.00 น.วันนี้( 10 ก.พ.) พล.ต.ศักดา เปรุนาวิน ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี สืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำ ยาเสพติด จาก สปป.ลาว มาส่งมอบให้กับแก๊งค้ายาเสพติดคนไทย ที่บริเวณริมน้ำโขงบ้านชัยพร ตำบลชัยพร อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ จึงสนธิกำลังกับตำรวจบึงกาฬ  ตชด.244 ตำรวจ ตม. เจ้าหน้าที่ ปทส. ตำรวจน้ำบึงกาฬ ตำรวจทางหลวง และหน่วยเรือ นรข.บึงกาฬ วางแผนจับกุม
โดยขณะที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่บนถนนสายบ้านชัยพร-บ้านหนองยาว ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กม.พบรถปิกอัพอีซูซุสีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน วิ่งมาด้วยความเร็วสูง จึงส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่คนขับรถคันดังกล่าวรีบกลับรถกลางถนนทันที เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามไป แต่คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงโยนกล่องบรรจุ ยาบ้า 7 ห่อทิ้งลงกลางถนนพร้อมกับเร่งความเร็วหลบหนีไปได้ เมื่อนำกล่องมาเปิดดูพบเป็น ยาบ้า บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก นับรวมกันได้ 38,588 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ สืบสวนสอบสวนหาเจ้าของมาดำเนินคดีต่อไป
ด้าน รอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี เปิดเผยว่า ยาบ้า ล็อตนี้ทราบว่ามีมากถึง 1 ล้านเม็ด เป้าหมายจะนำเข้ามาขายในไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่สกัดจับได้เพียงน้อยนิด ส่วนที่เหลืออาจเล็ดลอดไปได้หรือกำลังเตรียมส่งเข้ามาใหม่อีก

เครดิต : http://www.krobkruakao.com/

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

จับลูกจ้างชั่วคราว อบจ.พิษณุโลก ค้ายาบ้า

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ก.พ.55 นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยพล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ชัยณรงค์ วงศ์สุนทร รอง ผบช.ภ.6 และพล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ร่วมกันแถลงจับกุมนายสันติสุข เมืองสนธิ์ (บอย) อายุ 27 ปี นายวชิระ ปะระไทย (ตั้ม) อายุ 32 ปี นายมงคล หมอกมืด (ตั้ม) อายุ 32 ปี นายสุรเชษฐ์ บำรุงราษฎร์ (บิ๊ก) อายุ 21 ปี และนายนภดล คำลือ อายุ 31 ปี พร้อมยาบ้า 7,475 เม็ด อาวุธปืนลูกซองแบบไทยประดิษฐ์ เครื่องกระสุนปืน 7 นัด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ สีดำ 1 คัน และรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า รุ่นซีดาน สีขาว 1 คัน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชป.ปส.กก.สส.ภ.จว.พิษณุโลก ได้ติดต่อเพื่อล่อซื้อยาบ้าและจับกุมตัวนายสันติสุขได้ พร้อมยาบ้า 4 เม็ด และขยายผลจับกุมนายวชิระ พร้อมยาบ้าอีก 86 เม็ด โดยทั้งสองคนเป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิษณุโลก จากนั้นขยายผลต่อและจับกุมตัวนายมงคล นายสุรเชษฐ์ และนายนภดล พร้อมยาบ้า 7,385 เม็ด และอาวุธปืนลูกซองสั้นพร้อมเครื่องกระสุนปืน ซึ่งจากการขยายผลดังกล่าวสามารถตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งหมด 7,475 เม็ด
 

นายมงคลสารภาพว่า ยาบ้าเป็นของตน ได้มาจากการติดต่อทางโทรศัพท์จาก "ใหญ่" นักโทษในเรือนจำพิษณุโลก ที่ให้ขี่รถจักรยานยนต์ไปเก็บตามเสาไฟข้างทางตามจุดต่างๆ จะได้ถุงละ 1,000 บาท
ที่มา : มติชน

ตำรวจรวบหนุ่มพม่า ซุกยาบ้าในรองเท้า-หนังสือกว่าหมื่นเม็ด

 ตำรวจสมุทรปราการขยายผลการจับกุม ทำแผนล่อซื้อข้ามจังหวัด รวบพม่า 2 คนเครือข่ายหัวโจกใหญ่ชาติเดียวกันคาห้องพักย่านปทุมธานี ได้ของกลางยาบ้า 9 พันกว่าเม็ด ซุกซ่อนในหนังสือและรองเท้าแตะที่ดัดแปลงเป็นพิเศษ มาขายใน กทม. และปริมณฑล...

เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2555 นางวรรณิดา บุญประคอง ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ แถลงผลจับกุม นายนัย (THAN LWIN) อายุ 30 ปี สัญชาติพม่า และนายมิน (MIN NAIG) อายุ 30 ปี สัญชาติพม่า พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 9,670 เม็ด สมุดบัญชีเงินฝากและของกลางอีกจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ต.จิตติ กล่าวว่า จากการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ได้ทำการสอบสวนขยายผล จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวพม่าทั้ง 2 คน ได้ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จากการวางแผนล่อซื้อ โดยนัดส่งของกันที่ห้องเลขที่ 66 โรงแรมบอสส์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งภายในห้องพักพบยาบ้าถูกซุกซ่อนอยู่ภายหนังสือ โดยทำช่องสี่เหลี่ยมไว้สำหรับซุกซ่อนยาบ้า และยังพบยาบ้าอีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนไว้ใต้พื้นรองเท้าแตะของผู้ต้องหา ซึ่งได้มีการดัดแปลงเป็นพิเศษ รวมของกลางยาบ้าทั้งสิ้น 9,670 เม็ด สำหรับ 2 ผู้ต้องหาชาวพม่า เป็นเครือข่ายนาย ZAW LIN สัญชาติพม่าเช่นกัน ขณะนี้ อยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม โดยเครือข่ายดังกล่าวมีพฤติกรรมลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในรูปแบบกองทัพมด โดยซุกซ่อนมาในรองเท้าและหนังสือ ซึ่งดัดแปลงมาเพื่อซุกซ่อนยาบ้าโดยเฉพาะ จากนั้นจะนำมารวมไว้ที่แหล่งพักยาในเขตกรุงเทพมหานคร แล้วนำมากระจายจำหน่ายให้กับผู้เสพในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้ง จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ จะได้สืบสวนขยายผลจับกุมไปยังหัวหน้าเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องต่อไป

นอก จากนี้ ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาวัยรุ่นชายหญิง ซึ่งเป็นแฟนกัน ค้ายาบ้า พร้อมของกลางยาบ้า 197 เม็ด และผู้เสพอีก 6 ราย โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับยาบ้ามาจาก นายกุ่ย (ไม่ทราบชื่อจริง) ในราคาเม็ดละ 110 บาท เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นในย่านชุมชนนารถสุนทร ในราคาเม็ดละ 150 บาท ทำมากว่า 1 ปี เนื่องจากรายได้ดีกว่าทำงาน  เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองและจำหน่าย ส่วนผู้เสพจะได้ส่งฟ้องศาลและเข้ากระบวนการบำบัดฟื้นฟูต่อไป.

ที่มา : ไทยรัฐ

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ข่าวยาบ้า ข่าวยาเสพติด จับยาบ้าหน้าโรงพยาบาลธัญญารักษ์

ตำรวจ สายตรวจ 191 ร่วมกับ ปปส.กทม.จับ 3 ผู้ต้องหา พร้อม ยาบ้า 2 หมื่นเม็ด มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท หลังล่อซื้อจากเครือข่ายเรือนจำจังหวัดสระบุรี เร่งนำหลักฐานพิสูจน์ขยายผลต่อ
กอง กำกับการสายตรวจ 191 แถลงข่าวจับกุม 3 ผู้ต้องหาลักลอบจำหน่ายยาเสพติด คือ นายเทพไชย หรือจ็อด ชูวงษ์ อายุ 32 ปี นายนพพล หรือหน่อย ผลงาม อายุ 24 ปี และนางสาวสุณิสา หรือสา แจ้งถิ่นป่า อายุ 19 ปี ทั้งหมดถูกจับกุมเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับ ล่อซื้อยาบ้า จากเครือข่าย ภายในเรือนจำจังหวัดสระบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้ซุ่มจับกุม ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลธัญญารักษ์ นายเทพไชย เป็นผู้ทำหน้าที่ส่งยาบ้าที่ป้ายรถประจำทาง ส่วนนายนพพลและนางสาวสุณิสา ขับรถยนต์นำยาบ้า มาส่งต่ออีกทอด
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ตั้งข้อ สังเกตว่า ยาบ้า จำนวน 20,000 เม็ด ที่ตรวจค้นพบครั้งนี้ แบ่งเป็น 10 มัด และห่อด้วยกระดาษไข ทับด้วยพลาสติก ป้องกันกลิ่นและป้องกันความชื้นได้อย่างดี และมีลายปั้มตรา 5 ดาว เป็นภาษาอังกฤษ มีลักษณะหีบห่อต่างจากทุกครั้งที่เป็นภาษาจีน จึงเตรียมนำไปพิสูจน์และขยายผลเพื่อจับกุมไปถึงต้นตอแหล่งผลิตต่อไป รวมไปถึงเครือข่ายที่ล่อซื้อมาจากเรือนจำจังหวัดสระบุรี
ส่วนผู้ต้อง หาทั้ง 3 รายจะถูกสอบสวน และดำเนินคดีความตามกฎหมายต่อไป ซึ่ง 2 ใน 3 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมครั้งนี้ก่อนหน้านี้ต้องโทษจำคุกและเพิ่งออกจากเรือน จำมาไม่นาน
ที่มา : JSP Trading

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ไต้หวัน จับยาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี

ไต้หวันรวบแก๊งค้ายาเสพติด รายใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี มูลค่าของกลางหากหลุดรอดสู่ตลาดจะสูงถึง 527 ล้านบาท
      สำนัก ข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่า เจ้าหน้าที่ไต้หวัน แถลงจับผู้ต้องหา 3 คน พร้อมยึดยาเสพติดชนิดยาบ้า และยาเค หนักรวม 434 กิโลกรัม ซุกซ่อนตู้คอนเทนเนอร์ใส่เห็ด มาจากจีนผ่านฮ่องกง เข้าสนามบินนานาชาติเถาหยวน นอกกรุงไทเป นับเป็นคดียาเสพติด ครั้งใหญ่สุดใน 10 ปี ถ้าหลุดรอดสู่ตลาดจะมีราคาราว 527 ล้านบาท
ส่วนผู้ถูกจับ มีนายเจียง ไผ่ หลี วัย 53 ปี เป็นหัวโจก กับคู่สามีภรรยา เจ้าของบริษัทนายหน้าศุลกากร เบื้องต้นสันนิษฐานว่าทำมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ.

ที่มา : ไทยรัฐ

นรข. ไล่จับแก๊งยาบ้า รถคว่ำ ตาย 1 เจ็บ 2 นาย

        เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 4 ก.พ. ที่สถานีเรือหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) อ.สังคม จ.หนองคาย น.อ.สมประสงค์ วิศลดิลกพันธ์ ผบ.นรข.เขตหนองคาย (ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตหนองคาย) น.อ.สามารถ ศรีม่วง หน.ยุทธการและการข่าว บก.นรข.เขตหนองคาย ร.อ.ศิริวุฒิ ศิริเจริญ หน.สถานีเรือสังคม และเจ้าหน้าที่ นรข.จำนวนหนึ่ง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว นายอรรถพล หรือ "บอล" ศรีลาวัลย์ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 446 ม.1 บ้านหัวคู ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี นายมงคล ใจดี อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 2 ม.5 บ้านกลางใหญ่ ต.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี และนายดาวเรือง สิงห์เทพ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 93 ม.6 บ้านนาสมนึก ต.นายูง อ.นายูง จ.อุดรธานี พร้อมยาบ้า 1,980 เม็ด รถ จยย.ฮอนด้า ซีบีอาร์ 150 ซีซี. สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน รถกระบะโตโยต้า ไทเกอร์ แค็บ สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ และเงินสดจำนวนหนึ่ง
       จากการสอบสวน นายดาวเรือง ให้การซัดทอดว่า นายอรรถพลได้ให้เงินตน 90,000 บาท เพื่อมาซื้อยาบ้าจำนวนดังกล่าวกับคนลาว โดยนัดหมายรับ-ส่งและจ่ายเงินกันที่หน้าวัดบ้านตาดเสริม และขณะนี้นายอรรถพลและเพื่อนได้เช่าห้องพักรออยู่ที่ห้องเบอร์ 5 สบายดีรีสอร์ต บ้านโสมสวรรค์ อ.นายูง จ.อุดรธานี และเมื่อ 3 วันก่อน นายอรรถพลได้ให้ตนมาซื้อยาบ้าเป็นเงิน 50,000 บาทเช่นกัน ร.ต.พนาศักดิ์ พันธ์พานิช จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่รีสอร์ตดังกล่าว แต่ไม่พบผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในห้องพักพบอุปกรณ์การเสพยาบ้าจำนวนหนึ่ง จึงทำการตรวจยึดแล้วเดินทางกลับ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่เห็นรถกระบะไท เกอร์ สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นทะเบียน ลักษณะตรงตามที่สายแจ้งจอดติดเครื่องอยู่ริมถนนด้านหน้ารีสอร์ต จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับพุ่งชนเจ้าหน้าที่จนต้องกระโดดหลบลงข้างถนนไปได้ อย่างหวุดหวิด ก่อนที่รถคันดังกล่าวจะหลบหนีมุ่งหน้าไปทาง อ.นายูง เจ้าหน้าที่จึงขับรถกระบะของหน่วยเรือสังคมไล่ติดตามไป พร้อมขอกำลังสนับสนุน หลังได้รับแจ้ง ร.อ.ศิริวุฒิ ศิริเจริญ จึงพร้อมด้วย พ.จ.อ.ศมพล น้อยหนองวุ้ง จ.อ.ประยงค์ วรรณทอง และ จ.อ.พงษ์พันธ์ ปัญญาดี รีบเดินทางไปสนับสนุนทันที ระหว่างทางฝนตกแรง ถนนลื่น ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำบนถนนสายสังคม-นายูง ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ โดย จ.อ.พงษ์พันธ์ และ จ.อ.ประยงค์ บาดเจ็บสาหัส ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ส่วน พ.จ.อ.ศมพล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกัน ชุดของ ร.ต.พนาศักดิ์ ติดตามไล่ล่าคนร้ายไปอย่างกระชั้นชิด และตัดสินใจใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่ยางล้อหลังทั้งสองข้าง ทำให้ยางระเบิด ไม่สามารถวิ่งต่อได้ จึงสามารถจับกุมตัวนายอรรถพลและนายมงคลไว้ได้

ที่มา : ไทยรัฐ

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

ผบช.ภาค 8 เร่งช่วยเหลือ ตร.ที่ถูกแก๊งยาบ้าจ่อยิงเสียชีวิตขณะล่อซื้อยาบ้า

พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวถึงกรณีที่ ส.ต.ท.สุรินทร์ เมืองทิพย์ ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด จังหวัดชุมพร ถูกผู้ค้ายาเสพติดยิง เสียชีวิต ขณะกำลังล่อซื้อยาเสพติดในพื้นที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ช่วงรอยต่อกับ อ.ละแม จ.ชุมพร ว่า ความช่วยเหลือเบื้องต้นได้ช่วยเหลือเงินส่วนตัวจาก "กองทุนเพ็ญสูตร" จำนวน 1 หมื่นบาทไปก่อน ซึ่งกองทุน "เพ็ญสูตร" จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือตำรวจได้รับบาดเจ็บหรือเสีย ชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนสวัสดิการตำรวจ จะพิจารณาตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามขั้นตอน โดยได้ประชุมร่วมกับคณะทำงานไปแล้ว อยู่ในกระบวนการการพิจารณา ยังระบุแน่ชัดไม่ได้ในตอนนี้
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภาค 8 เดินทางไปเคารพศพ ส.ต.ท.สุรินทร์ เมืองทิพย์ แสดงความเสียใจกับญาติพี่น้องของตำรวจที่เสียชีวิต และให้กำลังใจกับตำรวจชุดปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด

นอกจากนั้นทาง ป.ป.ส.ภาค 8 แจ้งมาว่า ทางสำนักงาน ป.ป.ส.มีงบประมาณช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานปราบปรามยาเสพติด กรณีที่เสียชีวิตจำนวนหนึ่งเช่นกัน โดยอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามระเบียบของ ป.ป.ส


ที่มา:มติชน

รอง เหลิม จี้อธิบดีราชทัณฑ์ ลากไส้แก๊งค์ค้ายาบ้า3.8ล้านเม็ด

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม พ.ต.ปิยะณัฐ เกษจำรัส สังกัดกรมทหารช่างที่ 3 กองพันทหารช่าง 302 ค่ายบรมไตรโลกนาถ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาลักลอบขนยาบ้า 3.8  ล้านเม็ด ที่ จ.ปทุมธานี โดยรับว่าได้ค่าจ้างขนครั้งละ 1 ล้านบาท ในวันนี้ (27 ม.ค.)ว่า ส่วนใหญ่การลักลอบขนยาเสพติด ที่ทำได้สะดวก เพราะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่อยากจะบอกว่าเจ้าหน้าที่ของหน่วยใดที่เกี่ยวข้อง เพราะจะส่งผลกระทบทางจิตใจ

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เขาเป็นคนดี ในทุกสังคมมีคนดีก็มีคนไม่ดี แต่เราก็พยายามไม่ละเลย จึงได้มอบนโยบายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่ ว่า บางครั้งถ้าเราเห็นสติกเกอร์ติดหน้ารถแล้วมีเหตุที่ควรสงสัยว่าข้าราชการ นั่งในรถและอาจจะมีสิ่งของผิดกฎหมาย ก็อย่าไปตกใจหรือกลัวจนเกินไป ไม่ว่ามีสติกเกอร์ทำเนียบรัฐบาลติดหน้ารถ ก็อย่าไปตกใจ หรือมีสติกเกอร์หน่วยราชการติดรถบางครั้งก็เกรงใจ 


ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

จับ ตาย เอ เหลือก แก๊งยาบ้าโหด ยิงแม่ค้าชิงจยย.ฝ่าวงล้อมตร.

จับตาย เอ เหลือก แก๊งยาบ้า โหด ยิงแม่ค้าชิงจยย.ฝ่าวงล้อมตร. นครบาลตามไปวิสามัญฯกลายเป็นศพบนหลังคาบ้านในหมู่บ้านย่านบางบัวทอง นนทบุรี หลังแกะรอยไล่ล่าตั้งแต่วันเสาร์ ตร.ระดมล้อมจับตั้งแต่เช้าตรู่ ประกาศให้ออกมามอบตัว แต่วิ่งหนีขึ้นหลังคายิงสู้เลยเจอยิงสวนสิ้นชื่อ เข้าค้นบ้านเจอยาบ้าอีก 30 เม็ด เจ้าของสารภาพเพื่อนพาไอ้เอมาขออาศัย ไม่รู้ว่าทำมาหากินอะไร
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 ม.ค. พ.ต.ท. พันธมิตร จ้างประเสริฐ พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายคดียาเสพติด ภายในหมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ ต.บาง รักพัฒนา อ.บางบัวทอง หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต. ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ผบก.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.นพรัตน์ รินทพล รองผบก.จ.นนทบุรี พ.ต.ท.สมชาย ขำสัจจา สว.สส.ภ.จ.นนทบุรี
ที่ เกิดเหตุบ้านเลขที่ 3/270 หมู่บ้านรัตนา ธิเบศร์ ซอย 13/2 เจ้าหน้าที่พบศพนายสมชาย หรือเอ เอี่ยมไพจิตร อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ ตำรวจกำลังติดตามล่าตัว เนื่องจากก่อเหตุอุกอาจยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจค้นจับกุม แล้วระหว่างฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่ยังยิงนางวิมล เกตุเหล็ก แม่ค้าขายน้ำหลังขนส่งหมอชิตเสียชีวิต ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จากนั้นชิงรถจักรยานยนต์ของนางวิมลขับขี่หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา
สภาพศพนายสมชายนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตบนหลังคาบ้าน โดยมีอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.ตกอยู่ข้างกาย เจ้าหน้าที่นำศพลงมาตรวจสอบด้านล่าง จากการตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงเข้าขมับขวาทะลุซ้าย 1 นัด โคนขาขวา 1 นัด และก้นด้านขวา 1 นัด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลทั้งในและนอกเครื่องแบบหลายสิบนายกระจายกำลัง เต็มบริเวณบ้านเกิดเหตุ
ต่อมาพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ พล.ต.ต. พิสิฏฐ์ พิสุทธิศักดิ์ รองผบช.น. เดินทางมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ พล.ต.ท.วินัยกล่าวว่า นายสมชาย หรือเอ เอี่ยมไพจิตร หลบหนีตำรวจสน.บางซื่อ ขณะเข้าตรวจค้นยาเสพติด ใน ชุมชน โดยนายสมชายสามารถหลบหนีออกมาได้ ระหว่างหลบหนีได้ใช้อาวุธปืนยิงนางวิมล แม่ค้าขายน้ำซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาจนเสียชีวิต แล้วชิงรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตำรวจนครบาลระดมกำลังทุกหน่วยออกตามล่าตัว เพราะถือว่าก่อเหตุอย่างอุกอาจเย้ยกฎหมาย
ผบช.น.กล่าวอีกว่า หลังจากออกสืบสวนหาข่าว 2-3 วันก็ได้เบาะแสว่านายสมชาย หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงประสานบช.ภาค 1 และตำรวจในพื้นที่เพื่อวางแผนจับกุม กระทั่งเวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเข้าปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว ก่อนประกาศให้นายสมชายออกมามอบตัว แต่นายสมชายกระโดดขึ้นไปบนหลังคาบ้าน ชักอาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว เมื่อเสียงปืนสงบก็พบว่านายสมชายถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่เสียชีวิต โชคดีไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับอันตราย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากคนร้ายต่อสู้เจ้าหน้าที่
จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น บ้านหลังดังกล่าวพบยาบ้า 30 เม็ด และซองพลาสติกบรรจุ ยาบ้า จำนวนหนึ่ง โดยมีนายณชนก รอดนำพา อายุ 21 ปี รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของยาบ้า ดัง กล่าว และให้การเบื้องต้นว่า ก่อนหน้านี้เพื่อนสมัยเรียนชื่อนายแอนพานายสมชายมาขอพักอาศัยอยู่กับตน ไม่รู้ว่านายสมชายก่อคดีอะไรมา นายสมชายพักอาศัยอยู่ไม่นานก็มีพิรุธหลายอย่าง โดยมักออกจากบ้านตอนกลางวันแล้วกลับเข้ามาตอนกลางคืน ไม่รู้ว่าไปทำอะไร กระทั่งล่าสุดนายสมชายมาขออาศัยแล้วก็ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในที่สุด
ภาย หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีนายณชนกเบื้องต้น ข้อหามี ยาเสพติด และให้ที่พักพิงแก่คนร้าย ก่อนขยายผลต่อไปว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการ ยาเสพติด อย่างไร
ที่มา : แนวหน้า

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

จับยาบ้า 3 แสนเม็ด ที่อยุธยา

ตร.กรุงเก่า รวบผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า เกือบ 3 แสนเม็ด ขณะเตรียมนำส่งลูกค้า สารภาพได้ค่าจ้างส่งครั้งละ 1 แสนบาท เตรียมขยายผลจับรายใหญ่ต่อไป ...

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 มกราคม พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเนิด รอง ผบก.ภ.จ.ฯ พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง ผกก.สส.ภ.จ.ฯ พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันจับกุมนายจีรวัฒน์ หรือตั๋ง เฉลยวรรณ อายุ 31 ปี ขณะขับรถกระบะโตโยต้าสีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บจ 9873 อ่างทอง ที่บริเวณถนนสายเอเชีย ฝั่งขาเข้า กทม. ใกล้ บริษัทมินิแบ (ประเทศไทย) จำกัด หมู่ 2 ต.ธนู อ.อุทัย และเข้าตรวจสอบ พบกล่องกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ที่กระบะท้ายภายในบรรจุยาบ้า จำนวน 290,000 เม็ด จึงนำตัวมาสอบสวน

ขยายผลไปค้นเพิ่มเติมที่บ้านพัก พบเงินสดจำนวน 253,000 บาท รถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลตสีน้ำเงินทะเบียน ฒค 481 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌก 5839 กรุงเทพมหานคร จึงยึดไว้เป็นของกลางและนำตัวดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย สอบสวนทราบว่า นายจีรวัฒน์ หรือตั๋ง เฉลยวรรณ ภรรยาขายอาหารตามสั่งที่บ้าน อ.บางปะหัน มีนายจ้างจากเรือนจำคลองไผ่ จ.นครราชสีมา ให้ไปรับยาบ้า ที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และนำมาส่งให้ลูกค้าที่อยุธยาโดยได้ค่าจ้างครั้งละ 1 แสนบาท โดยเฉลี่ย 10 วัน จะไปรับยาหนึ่งครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 มาถูกตำรวจจับเสียก่อน ก่อนหน้านี้ได้รับเงินเดือนจากนายจ้างเดือนละ 3-5 หมื่นบาท จึงนำตัวพร้อมของกลางมาแถลงข่าวที่กองกำกับการสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา

ที่มา : ไทยรัฐ

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

จับเอเยนต์ยาบ้าที่อยุธยา ได้ยาบ้า 8 พันเม็ด


เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 20 มกราคม พ.ต.ท.วินัย ตรีราภี สว.สส.สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ร.ต.อ.ศุภากร แก้วเขียว รองสว.สส.พร้อมกำลังชุดสืบสวน ทำการจับกุมนายจักรพันธ์ หรือแจ๊ค สงใย อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 ม.6 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา อดีตพนักงานโรงงานตกงาน หลังจากเจ้าหน้าที่จับกุมได้ขณะขับรถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีบอร์นเงิน ทะเบียน บพ 8938 ลพบุรี ตระเวนส่งยาบ้า ตามหมู่บ้านในเขตท้องที่ อ.อุทัย

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปทำการตรวจค้นห้องเช่าเลขที่ 125/39 ม.2 ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พบอุปกรณ์การเสพยาบ้า และยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 4 มัดๆ รวม 8 พันเม็ด            ยาไอซ์ จำนวนหนึ่ง สอบสวนนายจักรพงษ์ ให้การรับสารภาพว่ายาบ้า ดังกล่าวรับมาจากนายดำ ไม่ทราบนามสกุล ในตัวเมือง จ.ลพบุรี ในราคามัดละ 1.7 แสนบาท และนำมาจำหน่ายให้กับเอเย่นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ราคามัดละ 1.9 แสนบาท แต่เนื่องจากสายส่งถูกตำรวจจับกุมไปหมด จึงออกมาตระเวนส่งเองตามหมู่บ้านเขต อ.อุทัย ,บางปะอิน และพระนครศรีอยุธยา และมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว จนท.จึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป

ที่มา : มติชน

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

ยาเสพติดระบาดหนักมากกว่า 1.2 ล้านคน ป.6 ก็เสพแล้ว

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 18 มกราคม ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จ.เชียงใหม่ กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เร่งรัดติดตามการดำเนินงานสร้างพลังสังคมและพลังชุมชนเอาชนะ ยาเสพติด ใน พื้นที่ โดยมีผู้บริหารจากกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าตำรวจ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องงถิ่น ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม เพื่อรับนโยบายการทำงานและแนวทางแก้ปัญหาตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดปี 2555 นโยบายของรัฐบาล

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า การป้องกันปัญหายาเสพติด มีขั้นตอนการดูแลอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการเพิ่มความเข้าถึงในการสกัดกั้นยาเสพติด ตามแนวชายแดนจากผลการ ปฏิบัติการและงานด้านการข่าวที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มผู้ค้ายังมีความต้องการนำเข้ายาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะการลักลอบมาจากเส้นทางภาคเหนือ และกระจายไปจำหน่ายตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจากข้อมูลยังพบตัวเลขผู้เสพยาเสพติด ขณะนี้มีมากกว่า 1 ล้าน 2 แสนคน ทั้งนี้ ในการป้องกันปราบปราม ทุกฝ่ายต้องเริ่มเอกซเรย์ตั้งแต่ชุมชนหมู่บ้าน" พล.ต.อ.อดุลย์กล่าว

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวต่อว่า วิธีสังเกตพื้นที่สังเกตเห็นได้ง่ายคือ มีการลักขโมยในพื้นที่อยู่เป็นประจำ มีจำนวนผู้เสพเพิ่มมากขึ้น เกิดปัญหามีการก่อคดีจี้ตัวประกันหรือทำร้ายตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งหากพื้นที่ใดมีเหตุในลักษณะเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการระบาดของยาเสพติด ในพื้นที่ได้อย่างดี    

ด้านนายเพิ่มพงษ์ ชวลิต รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขการระบาดของยาเสพติดได้ขยายวงออกไป โดยจากการสำรวจและตัวเลขการปราบปรามจับกุม พบว่ามีพื้นที่จำนวน 338 อำเภอ หรือกว่า 6 หมื่นหมู่บ้าน เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของยาเสพติด และกำลังรุนแรงมากขึ้นถือได้ว่าการระบาดได้ลุกลามไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของหมู่บ้านทั้งหมดทั่วประเทศ ทั้งยาบ้า และยาไอซ์  โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.6 ขึ้นไป เป็นกลุ่มที่พบในจำนวนผู้เสพรายใหม่มากที่สุด

รองเลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า จากตัวเลขยังพบการระบาดของ ยาไอซ์ ที่เพิ่มสูงขึ้นใกล้เคียงกับ ยาบ้า ดังนั้น ทุกหน่วยงานต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษด้วย โดยในการบำบัดรักษา  ต้องใช้งบกว่า 1หมื่น 2 พันล้านบาท ในการบำบัดรักษาผู้เสพ ดังนั้น การใช้จ่ายงบประมาณผ่านหน่วยงานองค์กรต่างๆ จะต้องมีการบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้การบำบัดผู้เสพ ยาเสพติด เกิดประโยชน์สูงสุด

ขณะที่นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เหตุที่ต้องหยิบยกปัญหายาเสพติด ขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากมีการระบาดของยาเสพติด เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีการปล่อยปะละเลยมานานนั้นในการแก้ปัญหาระดับจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด รวมทั้งระดับอำเภอ นายอำเภอและผู้กำกับสถานีตำรวจ จะต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน ขับเคลื่อนไม่ให้ยาเสพติดระบาดไปยังกลุ่มต่างๆ ได้ โดยเริ่มป้องกันตั้งแต่สถาบันครอบครัว ขยายไปยังชุมชน โรงเรียน หมู่บ้าน และอำเภอ ถ้าสามารถสร้างพลังของคนในชุมชนให้เข้มแข็ง ก็จะช่วยแก้ปัญหาและป้องกันยาเสพติดได้


ที่มา : มติชน

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

อบต.หลงผิดขนยาบ้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ากรุง


เมื่อ 14 ม.ค. พ.ศ. 2555 พ.ต.ท.คณพัฒน์ พาหุมันโต สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังจับกุม นายสมเกียรติ อุ่นเทียมโสม อายุ 53 ปี  สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)โพนสวรรค์ จ.นครพนม อยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 2 ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนมพร้อมของกลาง ยาบ้า 1,950 เม็ด จับกุมได้ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนพหลโยธิน กม.30 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี  หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาบ้า จากประเทศเพื่อนบ้านเข้าจำหน่ายในกรุงเทพฯ จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าขนยาบ้า จริง จึงนำตัวผู้ต้องหาส่ง บช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา : เดลินิวส์